สูตรลับปลูกทุเรียน เกรดพรีเมี่ยม ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย | Nouka Asia
สุดยอดเทคนิค (Smart Farmer)

ปลูกทุเรียน ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
สู่ผลผลิต "เกรดพรีเมี่ยม"

"ทุเรียนไร่ละหลายหมื่น แต่บางสวนต้นตายก่อนออกผลแม้แต่ลูกเดียว! รู้ไหมว่าพลาดตรงไหน? และจะป้องกันยังไง? วันนี้จะบอกให้หมดเลย!"

ทุเรียนไม่ใช่พืชง่าย แต่ถ้ารู้จริงมันคือ "ทองคำ"

ราชาผลไม้ที่ราคาดีที่สุด แต่ก็เอาใจยากที่สุด! ทุเรียนกลัวน้ำขังมากที่สุดในโลก (รากเน่า = ต้นตาย ไม่มีทางแก้) ต้องการดินร่วนระบายน้ำดีเยี่ยม หน้าดินลึกอย่างน้อย 1 เมตร และค่า pH 5.5 - 7.0 ถือเป็นหัวใจสำคัญ

กฎเหล็ก "หลัก 3 ก." ที่ต้องท่องไว้!

พืชกินได้ (ดินต้องดี)

ค่า pH ต้อง 5.5-7.0 ถ้าดินเป็นกรด (ดินเปรี้ยว) พืชจะกินปุ๋ยไม่ได้ จุลินทรีย์ดีตาย เชื้อร้ายเกิด โรครุมเร้าทันที

พืชกินครบ (ธาตุอาหาร)

ต้องได้ธาตุอาหารครบ 17 ชนิด ขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้เลย อย่าใส่แต่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวเด็ดขาด!

พืชกินสม่ำเสมอ

ใช้ปุ๋ยน้อยแต่ถี่ๆ อาศัยนวัตกรรมฉีดพ่นช่วย ป้องกันอาการป่วย (ใบหงิก ไหม้ เหลือง ดอกหล่น ผลแตก ไม่หวานมัน)

สัดส่วนความต้องการของพืช (1 ไร่): น้ำ 25% | อากาศ/แสงแดด 25% | ปุ๋ยเคมี 5% (10-20 กก./รอบ) | อนินทรียวัตถุ+อินทรียวัตถุ 45% (25-50 กก./รอบ)
*ดีและปลอดภัยกว่าการใส่ปุ๋ยคอก/ขี้สัตว์หลายร้อยกิโลกรัม ที่เสี่ยงต่อเชื้อรา

1. การเตรียมดิน ยกร่อง และ ปลูก (ขั้นตอนนี้ข้ามไม่ได้!)

ต้อง "ยกร่อง" (โคกทุเรียน)

ถ้าเป็นพื้นที่ราบหรือน้ำท่วมถึง ต้องยกร่องปลูกสูงอย่างน้อย 50-80 ซม. เสมอ! นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการปลูกทุเรียน

  • ระยะปลูก: 8×8 เมตร หรือ 10×10 เมตร (16-24 ต้น/ไร่)
  • ขนาดหลุม: 80 x 80 x 80 ซม. (ขุดแล้วตากหลุมทิ้งไว้อย่างน้อย 1 เดือน)

สูตรปรุงดินก้นหลุม "รากแข็งคือชีวิต"

ทุเรียนรากดีคือทุเรียนที่รอด! ทุเรียนรากอ่อนแอคือทุเรียนที่รอวันตาย ผสมดินก้นหลุมตามนี้:

ขั้นที่ 1: ผสมดินชั้นบน + โนคะแร่ธรรมชาติ 500g + โนคะอะมิโนฮิวมิคฟูลวิค 500g + สารป้องกันแมลง 10-20g คืนลงหลุม

ขั้นที่ 2 (ปุ๋ยรองก้นหลุม): ก่อนวางต้นพันธุ์ ใส่ปุ๋ยร็อคฟอสเฟต (0-45-0) 300 กรัม

ขั้นที่ 3: กลบดินทับหนา 3-5 นิ้ว ก่อนวางต้นทุเรียนลงไป

💡 เคล็ดลับการปลูก: เลือกต้นทาบกิ่ง/ติดตา (ดีกว่าเพาะเมล็ด) ปลูกช่วงต้นฤดูฝน ทำหลักค้ำยันกันลมโยกทุกต้น และที่สำคัญที่สุด... ต้องทำร่มเงา (สแลน) ให้ต้นกล้าช่วง 1-2 ปีแรก แดดจัดเกินไปต้นจะช็อคตายได้!

2. ไทม์ไลน์การให้ปุ๋ย (จุดชี้ชะตาความรวย!)

ช่วงต้นอ่อน 1-3 ปี (เร่งโต สร้างทรงพุ่ม/ราก)

ช่วงนี้ยังไม่รีบออกผล เน้นโครงสร้าง ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนสูง (25-7-7 หรือ 15-15-15) อัตรา 300g + โนคะแร่ธรรมชาติ 300g + โนคะอะมิโนฯ 300g

= รวม 900 กรัม / ต้น (ใส่ทุก 1-2 เดือน) โรยห่างโคน 50 ซม.

ช่วงสะสมอาหาร/ก่อนออกดอก (จุดที่รวยหรือจน!)

ต้องงดน้ำ 2-3 เดือน (ช่วงแล้ง)! พอตาดอกเริ่มโผล่ ให้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ย 8-24-24 หรือ 9-25-25 อัตรา 400g + ผลิตภัณฑ์โนคะ 2 ชนิด รวม 800g

= รวม 1.2 กิโลกรัม / ต้น (ใส่ทุก 20-25 วัน)

ระวัง "ยอดไหล" (แตกใบอ่อนแทนดอก): เกิดจากไนโตรเจน/น้ำ มากเกินไป ต้องแก้ด้วยการคุมน้ำให้เป๊ะ!

ช่วงพัฒนาผล (ผลโต เนื้อหนา หวานมัน)

ใช้ปุ๋ย 13-13-21 หรือ 12-12-17 อัตรา 600g + ผลิตภัณฑ์โนคะ 2 ชนิด รวม 800g

= รวม 1.4 กิโลกรัม / ต้น (ใส่ทุก 20-25 วัน)

การฟื้นฟูหลังเก็บเกี่ยว

ตัดแต่งกิ่ง (กิ่งแห้ง/เป็นโรค/กิ่งน้ำค้าง) ให้พุ่มโปร่ง แดดส่องถึง พ่นยาล้างต้น (คอปเปอร์ฯ) แล้วใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ (15-15-15) 500g + ผลิตภัณฑ์โนคะ 2 ชนิด รวม 1,000g

= รวม 1.5 กิโลกรัม / ต้น (ใส่ทุก 25-30 วัน)

ไอเทมลับ สู่เกรดส่งออก! (ห้ามข้าม)

ฉีดพ่นทุกๆ 15-20 วัน ตั้งแต่เล็กและตลอดไป

ใช้ โนคะนาโนเซรั่มพืช (1 ซีซี : น้ำ 1 ลิตร)

  • ฉีดได้ทุกส่วน: ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล หรือปล่อยทางระบบน้ำ
  • ข้อดี: พืชกินได้ทันที แม้ฟ้าปิด/ฝนตก! ช่วยลดปัญหาดอกร่วง ผลหล่น เสริมรสชาติ
  • ผลลัพธ์: เก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าปกติ 7-20 วัน! (ผสมร่วมยาอื่นได้ แต่เจือจางก่อน)

3. การจัดการ "น้ำ" (พลาดคือน็อค!)

ใช้มินิสปริงเกลอร์เป็นหลัก รดช่วง 6.00 - 8.00 น. เท่านั้น!

💧 เล็ก (1-3 ปี)

รดสม่ำเสมอ วันเว้นวัน หรือทุกวันในหน้าแล้ง

🏜️ สะสมอาหาร (พ.ย.-ม.ค.)

งดน้ำ/ลดน้ำ เพื่อให้เครียดและสร้างตาดอก

🌸 ดอกบาน (ม.ค.-ก.พ.)

ให้น้ำ 1/3 ของปกติ ระวังอย่าให้โดนดอกตรงๆ

🍈 ติดผล-ผลโต

อัดน้ำเต็มที่ (80-150 ลิตร/ต้น/วัน) ขาดน้ำผลร่วง!

ข้อควรระวังขั้นสุด:

  • ห้ามรดน้ำตอนกลางวันแดดจัด (รากช็อค!)
  • ระยะก่อนเก็บเกี่ยว 3-4 สัปดาห์ ต้องลดน้ำ (ไม่งั้นเนื้อเป็นเตาเผา/เนื้อแกน)
  • ขุดดูความชื้นเสมอ ดินแฉะไป = รากเน่า โคนเน่า

4. การเก็บเกี่ยว (เวลาเปลี่ยน ราคาเปลี่ยนเป็นหมื่น!)

นับตั้งแต่วันดอกบาน: พันธุ์เบา (กระดุม, มูซังคิง) 90-100 วัน | พันธุ์กลาง (ชะนี, ก้านยาว) 100-110 วัน | พันธุ์หนัก (หมอนทอง) 120-135 วัน

วิธีสังเกตทุเรียนแก่จัด (ราคาแพงกว่าตัดดิบ 1 เท่าตัว!)

  • ✓ ก้านผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ร่องพูนูนชัดเจน
  • ✓ กลิ่นเริ่มโชยออกมา
  • ✓ เคาะเปลือกได้ยินเสียง "ทุ้มกลวง" (เนื้อแก่แล้ว)

อย่าเก็บเร็วไป (เนื้อดิบ) และอย่าเก็บช้าไป (เนื้อเละ) ราคาตกหนักทั้งคู่!

ทุเรียนปลูกยากจริง แต่ "รางวัลคุ้มค่าที่สุด"

ดูแลดินดี ระบายน้ำดี ใส่ปุ๋ยถูกสูตร ถูกอัตรา รู้จักใช้นวัตกรรม และอดทนรอ...
จากต้นที่ลงทุนหลักพัน กลายเป็นรายได้หลักแสนต่อปีได้ไม่ยาก

สวนทุเรียนที่รวย ไม่ใช่สวนที่มีต้นมากที่สุด
แต่คือสวนที่ "รู้จักดูแลดีที่สุด"

เกษตรฉลาด Smart Farmer

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โนคะ เพื่อดูแลสวนทุเรียนของคุณ

ติดต่อเราผ่านหน้าเว็บไซต์หลัก

“ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย ในการปลูกทุเรียน จนเก็บผลผลิต ให้เป็นเกรดพรีเมี่ยม ทำอย่างไร”

“ทุเรียนไร่ละหลายหมื่น แต่บางสวนต้นตายก่อนออกผลแม้แต่ลูกเดียว รู้มั้ยว่าพลาดตรงไหน และจะป้องกันยังไง วันนี้จะบอกให้หมดเลย!”

ทุเรียนไม่ใช่พืชง่าย แต่ถ้ารู้จริงมันคือทองคำ

ทุเรียนคือราชาผลไม้ที่ให้ราคาสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ไทย

แต่มันก็เป็นพืชที่เอาใจยากที่สุดเช่นกัน

ทุเรียนกลัวน้ำขังมากที่สุดในโลก รากเน่าทีเดียวต้นตายเลย ไม่มีทางแก้

ต้องการดินร่วนระบายน้ำดีเยี่ยม หน้าดินลึกอย่างน้อย 1 เมตร

pH ที่เหมาะสมคือ 5.5 ถึง 7

เช็คดินก่อนเสมอ ถ้าดินไม่ผ่านเกณฑ์ ปรับก่อนแล้วค่อยปลูก

เพราะทุเรียนต้นนึงลงทุนเยอะมาก อย่าให้มันตายฟรีๆ

สิ่งแรก ต้องทำ หลัก 3ก.

หนึ่ง พืชกินได้ คือดินต้องดี ค่าpHอยู่ระหว่าง5.5-7 เพราะถ้าดินเป็นกรด ดินเปรี้ยว พืชกินปุ๋ยไม่ได้และจุลินทรีย์ดีตาย จุลินทรีย์ร้ายเกิด โรครุ้มเร้าพืช

สอง พืชกินครบ พืชต้องได้ธาตุอาหารครบ17ชนิด ขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้เลย แม้แต่ชนิดเดียว อย่าใส่แต่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว

สาม พืชกินสม่ำเสมอ

ใช้ปุ๋ยน้อยแต่ถี่ๆ ให้ถูกสูตร ถูกเวลา ถูกอัตรา ถูกวิธี  รู้จักใช้นวัตกรรม สารอาหารฉีดพ่นช่วย เพื่อให้พืชไม่ขาดอาหาร แม้แต่ช่วงดียว ป้องกันอาการของพืชป่วย เช่นใบหงิกไบงอใบไหม้ใบเหลือง ลูกร่วงดอกหล่น ผลแตก รสชาติไม่ดี บิดๆเบี้ยว ไม่ใหญ่ไม่ยาว ไม่หวานไม่มัน ออกผลไม่ตามฤดูกาล

นอกจากหลัก3ก. ดังกล่าว

ให้ถูกตามหลักวงจรชีวิตของพืช พืชหนึ่งไร่ต้องการน้ำ25% ต้องการอากาศแสงแดด25% ต้องการปุ๋ยเคมี5% 10ถึง15กิโลกรัมต่อไร่ ต่อรอบการใส่ และต้องการอนินทรีย์วัตถุหรือหินแร่ธรรมชาติ กับ อินทรีย์วัตถุหรืออะมิโนฮิวมิคฟูลวิคปั้นเม็ด รวมกัน45% 25-50กิโลกรัมต่อไร่ต่อรอบการใส่

ซึ่งความเข้มข้นจะมากกว่า การใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยขี้ต่างๆหลายร้อยกิโล และปลอดภัยกว่า เรื่องความเสี่ยงของเชื้อร้ายต่างๆ ช่วยทั้งค่าpH ช่วยเติมเต็มธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม ช่วยปรับโครงสร้างของดิน

ก่อนอื่นให้รู้จักดินก่อน ตรวจดิน ว่าค่าpH เหมาะสมไหม หากpH ต่ำกว่า4.5 ให้ใช้ โนคะหินแร่ธรรมชาติ 25กิโลกรัม ผสมกับ อะมิโนฮิวมิคฟูลวิค25กิโลกรัม รวมเป็น50กิโลกรัม

ผสมปุ๋ยเคมี10-20กิโลต่อไร่ต่อรอบการใส่ ขึ้นอยู่กับ อายุต้นทุเรียน

แต่หากดินมีค่าpH 4.5-7  ให้ใช้สองสิ่งนี้ผสมกัน 25ถึง35กิโลกรัม ผสมปุ๋ยเคมี10-20กิโลต่อไร่ต่อรอบการใส่ ขึ้นอยู่กับ อายุของต้นทุเรียน

การเตรียมพื้นที่และยกร่องให้ถูกต้อง

ถ้าพื้นที่ราบหรือน้ำท่วมถึง ต้องยกร่องปลูกสูงอย่างน้อย 50-80 เซนก่อนเลย

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการปลูกทุเรียน ข้ามไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 8×8 เมตร หรือ 10×10 เมตร

ได้ประมาณ 16-24ต้นต่อไร่

ขุดหลุมขนาด 80คูน80คูน80เซน ตากหลุมทิ้งไว้อย่างน้อย 1 เดือน

แล้วผสมดินชั้นบนกับ โนคะแร่ธรรมชาติและโนคะอะมิโนฮิวมิค

ฟูลวิคอย่างละ500กรัม ผสมสารเคมีป้องกัดแมลงดิน มด และปลวก10-20กรัม  ผสมเสร็จคืนลงหลุม…ดินร่วนซุย อากาศถ่ายเท รากหายใจได้ดี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอินทรีย์วัตถุและอนินทรีย์วัตถุหินแร่ธรรมชาติ ลดความเสี่ยงเชื้อร้าย หากรองด้วยปุ๋ยคอกขึ้ต่างๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ปุ๋ยรองก้นหลุม รากแข็งคือชีวิตของทุเรียน

ก่อนวางต้นพันธุ์ ใส่ปุ๋ยร็อคฟอสเฟตหรือสูตร 0-45-0 ประมาณ 300กรัมต่อหลุม

กลบดินทับหนา3-5นิ้ว ก่อนค่อยวางต้นทุเรียนลงไป ฟอสฟอรัสจะสร้างระบบรากให้แข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงแรก

ทุเรียนรากดีคือทุเรียนที่รอดและโตได้

ทุเรียนรากอ่อนแอคือทุเรียนที่รอวันตาย

การเลือกพันธุ์และปลูกให้ถูกวิธี

พันธุ์ที่ตลาดต้องการมากที่สุดตอนนี้คือ หมอนทอง ชะนี และก้านยาว

หมอนทองราคาดีสม่ำเสมอ ส่งออกได้ เป็นที่นิยมที่สุด เลือกต้นพันธุ์จากแหล่งเชื่อถือได้ ต้นทาบกิ่งหรือต้นติดตาดีกว่าต้นเพาะเมล็ด มีโอกาสกลายพันธุ์สูง ปลูกช่วงต้นฤดูฝน วางต้นให้ตั้งตรง กลบดินอย่าแน่นเกินไป

ทำหลักค้ำยันกันลมโยกด้วยทุกต้น

และที่สำคัญมากคือทำร่มเงาให้ต้นกล้าช่วง 1-2 ปีแรก แสงแดดจัดเกินไปต้นช็อคตายได้

……

ปุ๋ยช่วงต้นอ่อน 1-3 ปี เร่งโตให้ได้ขนาด

ช่วงนี้เน้นสร้างทรงพุ่มและระบบรากก่อน ยังไม่รีบออกผล

ใส่ปุ๋ยสูตรไนโตรเจนสูง เช่น 25-7-7 หรือ 15-15-15 อัตรา 300กรัม ผสมกับ

ผสมโนคะแร่ธรรมชาติ กับโนคะอะมิโนฮิวมิคฟูลวิคอย่างละ300กรัม รวมสามอย่าง900กรัม ต่อต้น ทุกๆ 1-2 เดือน โรยรอบทรงพุ่มห่างโคนต้น 50 เซน เพื่อรักษาโครงสร้างดินและจุลินทรีย์ดี

ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม สำคัญมากสำหรับทุเรียน ถ้าขาด ใบผิดรูป แสดงอาการขาดธาตุอาหาร รากเน่าง่าย โตช้ามาก

ปุ๋ยช่วงก่อนออกดอกหรือช่วงสะสมอาหาร นี่คือจุดที่รวยหรือจนอยู่ตรงนี้

ทุเรียนจะออกดอกได้ดี ต้องผ่านช่วงแล้งก่อนอย่างน้อย 2-3 เดือน

หยุดให้น้ำเพื่อกระตุ้นการออกดอก แล้วสังเกตดูที่ใต้ท้องกิ่ง พอตาดอกเริ่มโผล่ ให้น้ำและปุ๋ยทันที

เพื่อป้องกัน

ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน (ยอดไหล)ช่วงออกดอกออกผลเกิดจากภาวะไม่สมดุลของไนโตรเจนสูงเกินไป น้ำมากเกินไป หรือสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้พืชเปลี่ยนจากการสะสมอาหารไปเลี้ยงผลเป็นการเจริญเติบโตทางใบแทน ส่งผลให้ดอกและผลร่วงหล่นได้ง่าย ต้องแก้ไขด้วยการคุมน้ำ

ใช้ปุ๋ยสูตรฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง

เช่น 8-24-24 หรือ9-25-25

อัตรา 400กรัม ผสมโนคะแร่ธรรมชาติ กับโนคะอะมิโนฮิวมิคฟูลวิค รวมกัน800กรัม รวมทั้งสามอย่าง1.2กิโลต่อต้นต่อรอบการใส่ ทุกๆ 20-25วันสูตรผสมนี้

เพื่อเร่งการสร้างดอกและติดผล

ช่วงผลกำลังพัฒนา ให้ผลโตสม่ำเสมอ เนื้อหนา หวานมัน

จากนั้นเข้าสู่ ช่วงออกดอกติดผล

ปุ๋ยเคมี13-13-21 หรือ 12-12-17 ผสม600กรัม กับโนคะแร่ธรรมชาติ ผสม โนคะอะมิโนฮิวมิคฟูลวิค รวม800กรัม รวมทั้งสามอย่าง 1.4กิโลต่อต้น ต่อรอบการใส่ ใส่ทุกๆ20-25วัน

……..

สูตรลับสุดยอด ที่ข้ามไม่ได้

ทุกๆ 15-20วัน  ฉีดพ่นด้วยโนคะนาโนเซรั่มพืช 1ซีซีต่อน้ำ1ลิตร ฉีดพ่นเท่าที่จะฉีดพ่นถึงได้ ตั้งแต่เล็ก และตลอดไป

ฉีดพ่น ได้ทุกช่วงของทุเรียน ทั้งลำต้นกิ่งก้านใบดอกผล แม้กระทั่งผสมน้ำปล่อยตามระบบน้ำ รดราดลงรากได้

สารอาหารในโนคะ เข้าสู่กระบวนการสร้างเซลล์ได้เลย พืชได้กินสม่ำเสมอ ถึงแม้ฝนตก ฟ้าปิด อากาศแปรปรวน พืชติดขัดในกระบวนการสังเคราะด้วยแสง แก้ปัญหาทางลัด ปัญหา ดอกร่วงผลหล่นจะมีน้อยมาก เสริมรสชาติ ช่วงฟื้นฟู ฟื้นตัวได้ไว

หากมีความจำเป็นต้องฉีดพ่นปุ๋ยน้ำหรือยากำจัดแมลง เชื้อราใดๆสามารถผสมโนคะนาโนเซรั่มได้ อย่าเทรวมกันทีเดียว ให้ผสมเจือจางก่อน ค่อยนำมารวมกัน

เก็บเกี่ยวให้ถูกเวลา ราคาต่างกันเป็นหมื่น

การนับอายุเก็บเกี่ยวทุเรียนจะเริ่มนับตั้งแต่ วันดอกบาน จนถึงวันเก็บเกี่ยว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 90-135 วัน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  พันธุ์เบา  เช่น กระดุมทองพวงมณีมูซังคิงโอวฉี 90-100 วัน

พันธุ์กลาง เช่น ชะนีก้านยาว 100-110 วัน  พันธุ์หนัก เช่นหมอนทอง 120-135 วัน

หากฉีดพ่น โนคะนาโนเซรั่ม เป็นประจำตามสูตรที่บอกไป ทุกสายพันธ์ุ จะเก็บก่อนปกติ 7-20วัน

สังเกตจากก้านผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ร่องพูนูนชัดขึ้น กลิ่นเริ่มโชยออกมา

เคาะเปลือกได้ยินเสียงทุ้มกลวง แสดงว่าเนื้อแก่แล้ว

อย่าเก็บเร็วเกิน เนื้อยังดิบ อย่าเก็บช้าเกิน เนื้อเละ ราคาตกหนักทั้งคู่

ทุเรียนแก่บนต้นราคาสูงกว่าทุเรียนตัดดิบเป็นเท่าตัวเลย

เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ต่อไป ต้องฟื้นฟู

การฟื้นฟูต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยวเน้นการตัดแต่งกิ่งเพื่อเปิดทรงพุ่มล้างต้นด้วยยาเชื้อราใส่ปุ๋ยบำรุงต้น

(สูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16) ต้นละ500กรัม ผสมโนคะแร่ธรรมชาติและโนคะฮิวมิคฟูลวิค อย่างละ 500กรัม รวมสามอย่าง 1.5กิโลต่อต้น ต่อรอบการใส่ ทุกๆ25-30 วัน

 

 

ขั้นตอนการฟื้นฟูต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว

1. ตัดแต่งกิ่งและทำความสะอาด: ตัดกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งแขนงด้านใน และกิ่งน้ำค้างออก เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องถึง ลดที่อยู่อาศัยของแมลง

2. พ่นยาป้องกันเชื้อราและแมลง: พ่นล้างต้นด้วยสารกำจัดเชื้อรา (เช่น คอปเปอร์ฯ) เพื่อลดโรค และระวังแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยไก่แจ้และเพลี้ยไฟที่มักทำลายยอดอ่อน

การฉีดพ่นสารเคมีกลุ่มพวกนี้ ทุก15-20วัน เพื่อปัองกัน ไปจนถึง ก่อนทุเรียนติดตาดอก ส่วนทางติดไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทุกช่วง เราผสม โนคะแร่ธรรมชาติกับโนคะอะมิโนฮิวมิคฟูลวิค ไปแล้ว ระบบเชื้อร้ายในดิน จะมีโอกาสเกิดน้อยมาก

ถ้าใช้ตามสูตรนี้โอกาสที่จะ มีสารตกค้าง ที่เป็นเป็นอันตราย จนไม่ผ่านมาตรฐานการส่งออก แทบจะไม่มีเลย

การให้น้ำต้นทุเรียนทุกช่วง ใช้วิธี หัวมินิสปริงเกลอร์ เป็นหลัก โดยรดช่วงเช้า เวลา6-8โมงเช้า

 

รายละเอียดการให้น้ำทุเรียนแต่ละช่วง

* ทุเรียนเล็ก (1-3 ปี): ให้รดน้ำสม่ำเสมอ วันเว้นวัน หรือทุกวันในฤดูแล้ง โดยให้รอบทรงพุ่มเพื่อให้รากชอนไช

* ระยะสะสมอาหาร/ก่อนออกดอก (พ.ย.-ม.ค.): ลดการให้น้ำลงหรือค่อยๆ งดน้ำ เพื่อให้ทุเรียนเครียดและสร้างตาดอก

* ระยะออกดอก-ดอกบาน (ม.ค.-ก.พ.): ให้เพิ่มน้ำมากขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของปกติ แต่ต้องระวังไม่ให้โดนดอกโดยตรง

* ระยะติดผล-ผลโต (ก.พ.-เม.ย.): เพิ่มน้ำอย่างเพียงพอ (80-150 ลิตร/ต้น/วัน) หากขาดน้ำจะทำให้ผลร่วงหรือผลชะงักการเจริญเติบโต

* ระยะก่อนเก็บเกี่ยว (3-4 สัปดาห์): ลดการให้น้ำลง เพื่อป้องกันเนื้อเป็นเตาเผา (เนื้อแกน) และช่วยให้ทุเรียนมีคุณภาพเนื้อดี 

ข้อควรระวัง

* ห้ามรดน้ำตอนกลางวันแดดจัด เพราะน้ำจะระเหยเร็วและทำให้รากช็อก

* ทำโคกและใช้ฟางคลุม รอบโคนต้นเพื่อรักษาความชื้น

* ตรวจสอบความชื้น ด้วยการขุดดูดิน หากดินแฉะเกินไปอาจทำให้เกิดโรครากเน่า/โคนเน่า

* สังเกตอาการขาดน้ำ: เช่น ใบสลด หรือใบม้วน 

ทุเรียนปลูกยากจริง แต่รางวัลมันคุ้มค่าที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด

ดูแลดินดี ระบายน้ำดี ใส่ปุ๋ยถูกสูตร ถูกเวลา ถูกอัตรา ถูกเวลา รู้จักใช้นวัตกรรมการฉีดพ่น….อดทนรอ

จากต้นที่ลงทุนหลักพัน กลายเป็นรายได้หลักแสนต่อปีได้ไม่ยาก

สวนทุเรียนที่รวย ไม่ใช่สวนที่มีต้นมากที่สุด แต่คือสวนที่รู้จักดูแลดีที่สุด

**เกษตรฉลาด Smart Farmer**